“跟” 与 “和” 用法上有什么区别?
คำ 跟 [gēn] และ 和 [hé] สองคำนี้มีความถี่ในการใช้บ่อยมาก มีหลากหลายความหมาย ขึ้นกับรูปประโยคและหน้าที่ในประโยคนั้น มักทำให้เกิดความสับสนและไม่กระจ่าง วันนี้เรามาเรียนรู้สองคำนี้แบบง่ายๆ กันนะครับ
1. 跟 [gēn]
- 跟 ถ้าใช้เป็นคำเชื่อม จะหมายถึง “กับ”
- 跟 ถ้าใช้เป็นนาม หมายถึง “ส้นเท้า” (和 ไม่มีความหมายนี้)
- 跟 ถ้าใช้ในรูปกริยา ติดตาม หมายถึง “ตาม” (和 ไม่มีความหมายนี้)
- 跟 ถ้าใช้ในรูปกริยา เกี่ยวข้องกับงานแต่ง จะหมายถึง “แต่งงาน” (和 ไม่มีความหมายนี้)
2. 和 [hé] คำนี้มีความหมายหลากหลายมาก ในที่นี้จะกล่าวถึงความหมาย “และ” กับ “กับ” (งง เหมือนกัน)
- ใช้ในรูป คำเชื่อม หมายถึง “และ”
- ใ้้ช้ในรูป บุพบท หมายถึง “กับ”
跟 [gēn] และ 和 [hé] เมื่อใช้เป็นเชื่อม หรือบุพบท สามารถใช้แทนกันได้ ยกเว้นในความหมายว่า “ตาม” จะใช้แทนกันไม่ได้
ตัวอย่างเช่น
- 我想跟你商量一件事。ฉันคิดจะปรึกษากับคุณเรื่องหนึ่ง
- 我跟你。ฉันกับเธอ
- 跟我学。เรียนกับฉัน
- 跟你对话。สนทนากับคุณ
- 吃饭和读书。รับประทานอาหารกับอ่านหนังสือ
- 他们和我们签了合同。 ฉันกับพวกเขาเซ็นสัญญากัน
ภาษาจีนเป็น ภาษาที่สละสลวยภาษาหนึ่งในโลก ภาษาจีีนอุดมไป ด้วยศัพท์ โวหาร และสำนวน ซึ่งสามารถสื่อถึงความรู้สึกอย่างมีชีวิต จิตใจ เปรียบประหนึ่งอุทยานที่เบ่งบานไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และ สำนวนก็คือบุปผาช่องามในอุทยานนี้
สำนวน จีนก่อตัว พัฒนาและผ่านการขัดเกลาจากประวัติศาสตร์อัน ยาวนาน แม้กาลเวลาผ่านไปนานปี แต่สำนวนเหล่านี้ยังถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางจนทุกวันนี้ เนื่องเพราะเป็นภาษาที่กระทัดรัด แต่เปี่ยมความ หมายและแฝงคติเตือนใจ เพียงใช้อักษรไม่กี่คำ ก็สามารถแสดงให้เห็น เนื้อหาที่มีใจความกว้าง กินความลึกซึ้ง การใช้สำนวนได้ถูกต้อง จะช่วยให้คำพูดหรือข้อเขียนดูกระจ่างแจ้งและสละสลวยขึ้น ขณะเดียวกัน การศึกษาภาษาจีนจากสำนวนยังมีความสนุกทั้งด้านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และ ความหมายอันลึกซึ้งของสำนวนด้วย
ความ เข้าใจที่ถูกต้องต่อความหมายและที่มาของสำนวนจีน คือกุญแจ ที่จะนำไปสู่การใช้สำนวนจีนให้ถูกต้อง จากนิทานและเรื่องราวต่างๆที่นำ เสนอท่าน นอกจากจะสะท้อนให้เห็นข้อคิดเห็นอันลุ่มลึกและสติภูมิปัญญาของคนจีนในแต่ละ ยุคสมัยแล้ว ที่สำคัญจะช่วยท่านเข้าใจความหมายในสำนวนและวิธีการใช้สำนวนจีน
เรียนรู้สำนวนจีนจะช่วยให้ภาษาจีนของท่านสละสลวยขึ้น
เรื่องเล่าจากดอยช้าง-วาวี (1)
เพื่อนของผมคนหนึ่งเค้าอยู่สุราษฎร์ธานี ทุกๆ ปีในช่วงเวลานี้จะมาเที่ยวเชียงใหม่ โดยจุดหมายปลายทางของคือภูเขาซักลูก ผมยังเชียร์ให้ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ให้หมดเรื่องหมดราวไป ไหนๆน้องสาวก็ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว เค้ามาชวนผมเที่ยวดอยช้าง-วาวีตั้งแต่กลางเดือนตุลา ผมใช้เวลาคิดอยู่ประมาณ 30 วินาทีก็รับปากไป ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ เพราะปีที่แล้วผมก็รับปากแล้วก็ยกเลิก เนื่องจากมีงานเข้ามาพอดีในช่วงนั้น ถึงแม้ในปีนี้อาจารย์เพิ่งจะนัดสอบวิชา International Economics ในวันอาทิตย์ที่ 14 และผมยังอ่านหนังสือไปได้ไม่ถึงไหนเลย
วิธี การเดียวที่จะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุขก็คือ ไปเที่ยวกับเค้า และขนหนังสือไปอ่านด้วย ซึ่งในเวลาต่อมาผมก็ได้รู้ว่า ผมคิดถูกและคิดผิดในเวลาเดียวกัน
การไปดอยช้าง-วาวีนั้นไม่ยากครับ คนส่วนใหญ่ก็คงจะมาเชียงใหม่ก่อน เช่ารถ pick-up ซัก คัน หรือชอบความนุ่มจะเอาเก๋งก็พอได้ เพราะทางไม่ลำบากมาก จากนั้นขับตามเส้นทางที่จะไปเชียงราย ผ่านอำเภอดอยสะเก็ต อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอแม่สรวย (น่าจะอ่านว่าแม่สะ-หรวย) พ้น อำเภอแม่สรวยไปนิดเดียวจะมีทางแยกบอกว่าไปดอยวาวี แต่หลังจากแยกนั้นก็ใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงดอยช้างนะครับ ส่วนดอยวาวีเลยไปอีกหน่อยและไปง่ายกว่า รวมแล้วขับจริงๆจังๆไม่น่าจะไม่เกิน 4 ชั่วโมง แต่พวกผมเที่ยวเล่น+หลงทางไปพอสมควร ออกเดินทาง 09:00 ไปถึงดอยช้างเอาเกือบๆ 16:00 ^^
ระหว่าง ทางมีวิวสวยๆหลายจุด มีลำธารและแม่น้ำเล็กๆ เห็นน้ำใสๆ ขนาบไปกับถนนตลอดทาง เลยอำเภอดอยสะเก็ตไปหน่อยจะมีน้ำพุร้อนแม่ขะจานอยู่ทางซ้ายมือนะครับ ผมแค่ลงไปเดินเล่นเฉยๆ เค้าก็เจาะเป็นบ่อให้น้ำร้อนพุ่งขึ้นมา ผมว่าภาพนี้ภาพเดียวบรรยายความเป็นน้ำพุร้อนเมืองไทยได้หมดเลยครับ ไม่ต้องเปลืองพื้นที่ ^^


เขื่อน แม่สรวย อยู่ระหว่างทางจากตัวอำเภอแม่สรวยและดอยวาวี เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรจะแวะดูวิวนะครับ โดยเฉพาะเมื่อมองจากสันเขื่อนลงไป จริงๆแล้วผมอยากจะเรียกว่า ฝาย มากกว่า เพราะมีน้ำล้นจากข้างบนโดยตลอดที่เป็นเป็นม่านน้ำขาวๆ แต่คิดว่าถึงน้ำจะไม่ล้นก็น่าจะมีวิธีระบายได้น้ำได้อยู่ น้ำ ที่ไหลลงมากลายเป็นลำธารขนาดใหญ่ (หรือคิดกลับกัน เขื่อนทำให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่เหนือสันเขื่อน) น้ำใสแจ๋วเลย ลำธารตื้นมากเห็นชาวบ้านออกมาจับสัตว์น้ำกันยกใหญ่
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเรามายืนอยู่สันเขาที่อยู่ระหว่างเส้นทางลัดไปสถานีวิจัยเกษตรบนที่สูงดอยช้าง สองข้างทางวิวสวยมากเช่นกัน แต่เนื่องจากครึ้มฟ้าครึ้มฝนผมก็เลยกดไป 2-3 รูปเท่านั้น (เป็นอุปนิสัยที่ไม่ดี นักถ่ายภาพไม่ควรหวังน้ำบ่อหน้านะครับ) กะว่าขากลับอากาศน่าจะดี ค่อยถ่ายเยอะๆ แต่ ปรากฏว่าขับรถไปได้อีกหน่อยเดียว ถนนกลายเป็นทางดินลัดเลาะไปตามภูเขา รถสวนไม่ได้ เพื่อนโทรไปถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า เหลือระยะทางอีก 6 กิโล เท่านั้น ก็เยอะอยู่นา และมาคันเดียวด้วย ถ้าเกิดติดหล่มขึ้นมาใครจะมาลากตูละเนี่ย เลยกลับลงมาใช้เส้นทางปกติที่ไม่ลัดแทน ซึ่งไปทางเดียวกับดอยวาวี ต้องผ่านชุมชนบ้านไคร้ ก่อนจะแยกไปทางขึ้นดอยช้างเป็นทางคอนกรีตขึ้นเขาประมาณ 10 กิโลเมตร สรุป ว่ากว่าจะถึงที่หมายก็เกือบบ่ายสี่ ซึ่งที่นี่ก็มืดเร็วมาก ก่อนลงจากรถตรวจดูระดับความสูงจาก GPS ได้ประมาณ 1260 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
หมายเหตุ : สองคนนี้คนหนึ่งมาจากสุราษฎร์ อีกคนจากภูเก็ต ไม่ได้เป็นอะไรกัน หลังจากนี้จะเป็นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจห้องพักที่เราไปอยู่เป็นแบบอาคารรวมนะครับ แต่แยกห้อง ค่าที่พักเพียงคืนละ 100 บาทเท่านั้น คนที่เกเรหัวไม้ไม่น่าคิดจะมาแสดงอิทธิฤทธิ์ไกลถึงขนาดนี้นะครับ ดังนั้นพักรวมๆกันก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่ อีกกลุ่มหนึ่งที่มาพักด้วยซึ่งมีลูกเด็กเล็กแดงและคนแก่ กลับออกไปในตอนเช้ามืด ไม่รู้ว่าพวกเราส่งเสียงดังเป็นที่น่าหวาดกลัวหรือเปล่า โดยเฉพาะสองคนข้างคนนั่น
ช่วง โพล้เพล้ออกมาสำรวจหมู่บ้านกันเล็กน้อย เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นชุมชนของชาวอาข่า แต่เราจะไม่ได้เห็นแบบนิตยสารของ ททท. นะครับ หมู่บ้านและผู้คนก็ดูเหมือนตามชนบทบนที่สูงในภาคเหนือทั่วๆไป บ้าน ของชาวอาข่าที่ดอยช้างส่วนมากจะเป็นหลังคามุงด้วยหญ้า ฝาบ้านเป็นแผ่นไม้ บ้านไหนรวยหน่อยก็มีจานดาวเทียม และหลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องลอน ตากผ้ากันฉูดฉาดบาดตาทุกบ้าน ไม่เกรงใจแขก แต่เวลาผมเข้ากรุงเทพ ขับรถบนทางด่วนผ่านราบบ่อนไก่ก็เห็นภาพประมาณนี้ แสดงว่าความเจริญไม่ได้สร้างความแตกต่าง ^^

คุณ ป้าคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากไร่กาแฟ บนหลังมีฟืนหอบใหญ่ เนื่องจากใกล้ค่ำแล้วจึงไม่ได้เข้าไปในไร่กาแฟซึ่งก็ปลูกกันโดยทั่วไปบน พื้นที่ลาดเขานะครับ
ผมพยายามยืนดูเด็กกลุ่มนี้อยู่พักใหญ่ ไม่รู้จริงๆว่าเค้าพูดอะไรกัน เพราะฟังไม่ออก แต่คุยกันมันมาก


ก่อน กลับที่พักมายืนตะวันตกดินบนเนินลูกหนึ่ง มีเด็กๆ 4-5 คนมาปืนป่ายขึ้นเนินดินก่อนจะไถลตัวลงไป และทำซ้ำไปซ้ำมาเป็นสิบรอบ มีคุณยายคนหนึ่งมาเรียกให้เด็กกลับบ้าน แต่กว่าจะกลับกันได้ เด็กๆก็แสดงให้พวกผมดูว่าที่นี่เค้าเล่นกันยังไง เมื่อก่อนผมเคยสงสัยว่าทำไมชุดนักเรียนของเด็กบนเขาถึงได้ดขมุกขมอมเต็มทน ทั้งๆที่เนื้อผ้าบางทีก็ยังใหม่อยู่ ตอนนี้หายสงสัยแล้ว
ภาพสุดท้ายสำหรับวันนี้ คู่เดิมกำลังชี้นกชี้ไม้ ส่วนเด็กกับหมาพบแถวนี้นะครับ ไม่ได้นำมาด้วย
วันนี้ไปนี่บนดอยช้างตอนหัวค่ำอุณหภูมิประมาณ 16 องศา นะครับ กำลังทานข้าวอร่อย ทางศูนย์เค้าบริการนักท่องเที่ยวได้ค่อนข้างดี มีกาแฟสด และหุงหาอาหารให้ทาน พี่ๆเค้าบอกว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวน้อย (คุ้นจริงๆประโยคนี้ ไปที่ไหนก็ได้ยิน) ปีก่อนๆจะวุ่นวายกันมากเลย
โปรดติดตามตอนต่อไป … คาดว่าเรื่องนี้จะมี 3 ตอนครับ
For Beginners |
||
|
||
For Intermediate Learners |
||
For Advanced Learners |
||

โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน
โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน [木兰语言学校] สาขาเคหะร่มเกล้า เปิดสอนภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่อยู่ในเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง มีนบุรี อ่อนนุช กิ่งแก้ว บางกะปิ รามคำแหง ทุกวันเวลา 10.00-21.00 น. เปิดรับเพียงคอร์สละ 6 คนเท่านั้น หรือเรียนเดี่ยวก็ได้ สำหรับ
- เด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป
- นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกระดับชั้น
- ผู้ที่รักการเรียนรู้ภาษาจีน-อังกฤษ
- บุคคลทั่วไป
ทุกคนสามารถมาเรียนที่โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน เพราะเรามีหลักสูตรที่เหมาะกับทุกวัย ให้สมกับคำกล่าวที่ว่า ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเรียนรู้
หลักสูตรภาษาจีน เปิดโลกการเรียนรู้ภาษาธรรมชาติ ภาษาที่งดงามมีชีวิตชีวา สอนด้วยวิธีการทางธรรมชาติที่ได้ผลกับโรงเรียนภาษามู่หลาน สาขาเคหะร่มเกล้า ได้แล้ววันนี้ ด้วยหลักสูตรพิเศษหนึ่งเดียวในไทย
- หลักสูตร “Hi – Speed หนึ่งเดียวในไทย” ภายใน 1 ชั่วโมงสามารถเรียนได้ถึง 16 ตัวอักษรจีน
- สามารถเรียนคำศัพท์จีนได้อย่างรวดเร็จถึง 10 เท่า
- เมื่อจบ 1 คอร์สจะสามารถเรียนได้ถึง 80 ตัวอักษรจีน ภายใน 3 คอร์ส จะสามารถอ่านนิทาน หรือบทความเป็นภาษาจีนได้
- จดจำคำศัพท์ และโครงสร้างของประโยคได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ
- นักเรียนสามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่วภายใน 12 คอร์ส
- ถ้านักเรียนเรียนจบทั้งหลักสูตรสามารถเทียบเท่ากับเรียนจบ ม. 6 ที่ประเทศจีนได้
- มีบทเรียนที่น่าสนใจ สอดคล้องด้วยคุณธรรม และวัฒนธรรมจีนที่ดีงาม
- เน้นภาคปฏิบัติในการฝึก ฟัง พูด อ่าน เขียน
- เน้นอุปกรณ์ที่ทันสมัย ประกอบการเรียนการสอน เพื่อให้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
- มีกิจกรรมในชั้นเรียนที่หลากหลาย และวิธีการสอนที่พลิกแพลงสร้างความสนุกสนานทำให้มีความสุขในขณะที่เรียนรู้
- หลักสูตรสามารถปรับยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมของผู้เรียน
- มีทัศนศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
- หลักสูตรภาษาจีนเพื่อธุรกิจ (Business course) ภาษาจีนเพื่อการสนทนาพื้นฐานและชั้นสูง
- เน้นการพูดแล้วใช้งานได้รวดเร็ว สามารถทำทำธุรกิจ การค้า และเพื่อไปท่องเที่ยวได้ เน้นการพูดและการฟัง
- มีกิจกรรมในห้องเรียนเพื่อฝึกทักษะในการพูด เร่งเร้าในการรับรู้สนุกสนาน
- หลักสูตรภาษาจีนแซนวิส (Sandwich course) เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานระหว่างหลักสูตร Hi-Speed กับหลักสูตร Business เข้าไว้ด้วยกัน
หลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตรภาษาอังกฤษ 3 ระดับ สู่ความสำเร็จ เหมาะสำหรับ ผู้ใหญ่หรือนักศึกษาที่จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย นักเรียนมัธยมต้นหรือมัธยมปลาย
เนื้อหาของหลักสูตร
- คอร์สออกเสียงภาษาอังกฤษ(20 ชม.) จนกระทั่งได้ระดับมาตรฐานที่สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างชัดเจน
- เรียนรู้วิธีสะกดที่ถูกต้อง แก้ไขการออกเสียงที่ผิดเพี้ยนซึ่งเป็นปัญหาหลักของคนไทย
- เรียนรู้การใช้สัญญลักษณ์การออกเสียงที่ถูกต้อง (phonetic symbol)
- จบหลักสูตร จะสามารถเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ และออกเสียงที่ถูกต้องได้ด้วยตนเอง
- คอร์สไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ(40 ชม.)
- ฝึกการใช้และเข้าใจในโครงสร้างของประโยคด้วยไวยากรณ์ที่ถูกต้องจนผู้เรียนสามารถแต่งประโยคด้วยตนเองได้
- คอร์สสนทนาภาษาอังกฤษ(40 ชม.)
- เรียนกับอาจารย์ผู้สอนที่เป็นเจ้าของภาษาโดยตรง
- สามารถพูดและโต้ตอบภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วหลังจากที่ได้ผ่านการฝึกฝนการออกเสียงที่ดีเยี่ยมและเรียนรู้ไวยากรณ์แล้ว
- สามารถออกเสียงพูดได้อย่างชัดเจนถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
- มีความเชื่อมั่นในการพัฒนาศักยภาพด้านการสนทนาภาษาอังกฤษของตัวเองได้จากบทสนทนาที่จัดวางไว้
- ได้ผ่านกิจกรรมเพื่อฝึกฝนสนทนาในกรณีต่างๆ ให้ตัวเองสามารถเอ่ยปากพูดภาษาอังกฤษได้อย่างแท้จริง
สนใจขอรายละเอียดหรือสมัครเรียนได้ที่ “โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน [木兰语言学校] สาขาเคหะร่มเกล้า” หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ : 089-4886428, 085-5084141 (ทุกวัน เวลา 9.00-21.00 น.)
ดู “โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน [木兰语言学校] สาขาเคหะร่มเกล้า” ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
79/117 ถนนเคหะร่มเกล้า (ใกล้ซอยเคหะร่มเกล้า 64) แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520

ผมว่าเสน่ห์ของภาษาจีนอยู่ที่ ตัวอักษรจีน และการออกเสียง อักษรจีนนั้นน่าหลงไหลคลั่งไคล้ เธอสวยงาม และมีชีวิตชีวา ไม่งั้นผมคงไม่หลงรักเธอหรอกครับ ผมแอบหลงรักเธอมาหลายปีแล้วครับ (แต่อย่าไปบอกแฟนผมนะครับเดียวงานเข้า) จนคิดว่าจะแต่งงานกับเธอให้ได้ แต่… เธออาจจะไม่ชอบหรือไม่อยากแต่งงานกับผมก็ได้ ถ้าผมไม่ขยันจีบ ขี้เกียจหรือไม่จริงใจกับเธอ(ฝึกภาษาจีนอย่างไม่ตั้งใจและต่อเนื่อง) ผมต้องแสดงให้เธอเห็นว่าผมรักเธอจริง (ตั้งใจเรียน) ผมจะต้องรู้จักตัวเธอ(อักษรจีน) ให้ได้ทุกซอกทุกมุม แบบเห็นไส้เห็นพุงกันเลย ผมต้องบอกเธอให้ได้ว่า “ผมรักเธอมากที่สุดในโลก” ถ้าคุณอยากเก่งภาษาจีนล่ะก็ คุณต้องแสดงความจริงใจว่าชอบและรักเธอให้มากๆ(พูดให้ได้) ศึกษาในตัวเธอ(อักษรจีน)และนิสัย(การใช้งาน)ของเธอให้มากๆ นะครับ เคล็ด(ไม่)ลับ มีแค่นี้เอง ผมจะขออาสาพาคุณไปให้รู้ัจักกับเธอ และขอเธอแต่งงานด้วยให้ได้ ถ้าคุณรักเธอจริงๆ “นั่นคือภารกิจของเรา คนรักอักษรจีน”
- 学好中文要靠不断的练习。 เรียนภาษาจีนให้ชำนาญนั้นต้องอาศัยการเรียนและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง (เข้าทำนองรักจริงหวังแต่ง -จะเกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย)
การเรียนภาษาจีน ก็เหมือนกับการต่อจิ๊กซอร์ ถ้าคุณต่อเพียงแค่ไม่กี่ชิ้น คุณก็ไม่มีวันได้เห็นภาพของโลกอักษรจีน(สาวสวยหรือหนุ่มหล่อที่เต็มไปด้วย ความสวยงาม) แล้วจะมาบอกว่าคุณ “รักฉัน(อักษรจีน)” ได้อย่างไรกัน 555











ความเห็นล่าสุด