สี่สาวงามแห่งแผ่นดินจีน 四大美人(Four Beauties)เป็นคำเรียกสตรี 4 คนที่ได้ชื่อว่ามีความงดงามที่สุดในประวัติศาสตร์จีนโบราณ โดยทั้ง 4 คนนี้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองพลิกผันถึงขั้นอาณาจักรล่มสลาย หรือเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์คำโคลงจีนที่ใช้เรียกสตรีทั้งสี่นี้ได้แก่ “沉鱼落雁,闭月羞花”
沉鱼落雁 [chényúluòyàn] มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา
闭月羞花 [bìyuèxiūhuā] จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง
ในพากย์ภาษาไทยอาจารย์ถาวร สิกขโกศล ได้แปลไว้เป็นบทกลอนว่า
- 西施沉鱼 [XīShī chényú] มัจฉา จมวารี (ไซซี)
- 昭君落雁 [ZhāoJūn luòyàn] ปักษี ตกนภา (หวังเจาจวิน)
- 貂婵闭月 [DiāoChán bìyuè] จันทร์หลบ โฉมสุดา (เตียวเสี้ยน)
- 贵妃羞花 [GuìFēi xiūhuā] มวลผกา ละอายนาง (หยางกุ้ยเฟย)
ความไม่งามในสุดยอดความงาม
คนจีนส่วนมากรู้ว่าในบรรดาหญิงงามนับสิบนับร้อยของจีนนั้นที่เป็นชั้นเยี่ยมสุดยอดมีสี่คน ยอดพธูทั้งสี่คนนี้งามถึงขั้น “มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง” ทว่าความไม่งามซึ่งแฝงอยู่ในสุดยอดความงามของยอดพธูแต่ละคนเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้
1. มัจฉาจมวารี (西施沉鱼 [XīShī chényú]) เป็นความงามสุดยอดของไซซี เมื่อสมัยยังอยู่บ้านเดิม ทุกครั้งที่เธอไปซักผ้าฟอกด้าย หรือเล่นน้ำในแม่น้ำผูหยางเจียง(浦阳江 [pǔyángjiāng]) เชิงเขาจู้หลัวซาน หมู่มัจฉาต่างก็เพลินชมโฉมอันเลอเลิศจนลืมแหวกว่ายจมสู่ก้นธารา
แม้จะงามเลิศถึงเพียงนี้ ไซซีก็ยังมีความไม่งามอยู่ประการหนึ่ง คือ เธอมีเท้าที่ใหญ่กว่าหญิงทั้งหลายเป็น “สาวตีนโต” ดังนั้นเธอจึงต้องสวมกระโปรงยาวใส่เกี๊ยะไม้ กระโปรงยาวช่วยคลุมมิให้เห็นเท้า เกี๊ยะช่วยให้ชายกระโปรงสูงพ้นพื้น และยามเดินมีท่วงท่าดุจอัปสร เมื่อใช้ศิลปะการแต่งกายเข้าช่วยเช่นนี้ ไซซีก็งามดุจเทพธิดาในแดนมนุษย์
2. ปักษีตกนภา (昭君落雁 [ZhāoJūn luòyàn]) เป็นความงามสุดยอดของหวางเจาจวิน เมื่อปักษา(雁 [yàn] ห่านป่า)ตะลึงชมความงามของนางยามขี่ม้าเดินทางสู่ซงหนู(匈奴 [xiōngnú]) จนลืมขยับปีกร่วงจากนภา หวางเจาจวินก็มีความไม่งามอย่างหนึ่ง คือ ไหล่ของเธอลาดตกกว่าหญิงทั่วไป เธอจึงสวมผ้าคลุมไหล่ที่มีการหนุนเสริมให้ไหล่งามปกติ ซึ่งทำให้หวางเจาจวินงามเด่นไร้ราคี
3. จันทร์หลบโฉมสุดา (貂婵闭月 [DiāoChán bìyuè]) สุดยอดความงามของเตียวเสียนที่แม้แต่จันทรเทวีฉางเอ๋อร์(嫦娥 [cháng'é]) ยังละอายนาง แต่เตียวเสียนก็มีความไม่งามอยู่ คือ ปลายใบหูเธอสั้นเล็ก เธอจึงใส่ตุ้มหูหยกถ่วงเสริมให้เตียวเสียนมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
4. มวลผกาละอายนาง (贵妃羞花 [GuìFēi xiūhuā]) เป็นสุดยอดความงามของหยางกุ้ยเฟยที่กระทั่งดอกโบตั๋น(牡丹 [mǔdān]) ยังหุบดอกซบลงไม่กล้าประชันความงามด้วย แต่เธอก็มีกลิ่นตัวเป็นโทษสมบัติ หยางกุ้ยเฟยจึงแก้ไขด้วยลงสรงในธารหอมหัวชิง อบร่ำเสื้อผ้าและใช้แป้งหอมกลบกลิ่นกาย
เรื่องความไม่งามในสุดยอดความงามนี้เป็นเพียงความเชื่อของชาวบ้านที่สันนิษฐานมาจากภาพวาดและประวัติของยอดพธูทั้งสี่คนเท่านั้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการสะท้อนให่เห็นความคิดเชิงเหตุผลของคนจีนซึ่งเชื่อกันว่า สิ่งที่ดีพร้อมหรืองามละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์นั้นยากที่จะมีได้จริง ต่อให้งามเลิศปานใดก็ต้องมีส่วนที่ไม่งามแอบแฝงอยู่
沉鱼西施
落雁昭君
闭月貂蝉
รายชื่อนามสตรีทั้งสี่ เรียงตามช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ดังนี้
- ไซซี (Xi Shi, 沉鱼, 西施) มีชีวิตอยู่ช่วง ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ในสมัยชุนชิว ได้ฉายาว่า “มัจฉาจมวารี” (沉鱼) อ่านเพิ่มเติม
- หวังเจาจวิน (Wang Zhaojun) มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ได้ฉายาว่า “ปักษีตกนภา” (落雁) อ่านเพิ่มเติม
- เตียวเสี้ยน (Diao Chan) มีชีวิตอยู่ในยุคสามก๊ก ได้ฉายาว่า “จันทร์หลบโฉมสุดา” (闭月) อ่านเพิ่มเติม
- หยางกุ้ยเฟย (Yang Guifei) มีชีวิตอยู่ในช่วงราชวงศ์ถัง ได้ฉายาว่า “มวลผกาละอายนาง” (羞花) อ่านเพิ่มเติม
อ้างอิงจาก : http://th.wikipedia.org/wik , ถาวร สิกขโกศล,สี่ยอดหญิงงาม ผู้พลิกประวัติศาสตร์จีน,สร้างสรรค์บุ๊ค,กรุงเทพ,2551
- 牡丹
- [mǔdān]
| 花 [huā] ดอกไม้ 泪花 [lèihuā] หยดน้ำตา 烟火 [yānhuǒ] ดอกไม้ไฟ 花花绿绿 [huāhuālǜlǜ] สีสันสวยงาม 校花 [xiàohuā] ดาวโรงเรียน 花纹 [huāwén] ลวดลาย (pattern) 花篮 [huālán] กระเช้าดอกไม้ 眼花 [yǎnhuā] ตาลาย 花招 [huāzhāo] กลอุบาย,เล่ห์เหลี่ยม 花言巧语 [huāyánqiǎoyǔ] คำพูดที่หวานไพเราะ 花钱 [huāqián] ใช้เงิน 花时间 [huāshíjiān] ใช้เวลา 交际花 [jiāojìhuā] สาวสังคม 花心 [huāxīn] หลายใจ (多心 [duōxīn] คิดมาก) 花季 [huājì] หนุ่มสาววัยแรกแย้ม 花车 [huāchē] รถประดับดอกไม้,รถบ่าวสาว ดูรูป 花轿 [huājiào] เกี้ยวเจ้าสาว ดูรูป 花烛 [huāzhú] เทียนที่จุดเป็นศิริมงคลในห้องคู่บ่าวสาววันแต่งงาน,ดอกหน้าวัว 洞房花烛 [dòngfánghuāzhú] งานแต่งงาน 花椒 [huājiāo] ฮวาเจียว เป็นเมล็ดพืชชนิดหนึ่งของจีน ให้รสแบบเผ็ดร้อน (麻辣 [málà] รสเผ็ดร้อน)กินไปแล้วจะรู้สึกชาลิ้น ดูรูป 花和尚 [huāhéshang] พระสงฆ์ที่ไม่รักษาศีล 花天酒地 [huātiānjiǔdì] ชีวิตสำมะเลเทเมา |
野花 [yěhuā] ดอกไม้ป่า 花圈 [huāquān] พวงหรีด 花旗 [huāqí] ธงของสหรัฐอเมริกา 棉花 [miánhua] ใยฝ้าย,ผ้าฝ้าย 香花 [xiānghuā] ดอกไม้หอม 鲜花 [xiānhuā] ดอกไม้สด 菊花 [júhuā] ดอกเบญจมาศ, ดอกเก๊กฮวย 花花公子 [huāhuāgōngzǐ] เพลย์บอย (playboy) 花花世界 [huāhuāshìjiè] โลกคาวโลกีย์,โลกที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดใจ,โลกแห่งแสงสี 花甲 [huājiǎ] ครบรอบ 60 ปี (a cycle of sixty years) 花柱 [huāzhù] สไตล์ 花店 [huādiàn] ร้านขายดอกไม้ 莲花桥 [Liánhuā Qiáo] สะพานเหลียนฮวา (ปักกิ่ง,จีน) 花点子 [huādiǎnzi] เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว 寻花问柳 [xúnhuāwènliǔ] เที่ยวผู้หญิง 花街柳巷 [huājiēliǔxiàng] แหล่งกามารมณ์ 花柳病 [huāliǔbìng] กามโรค |
木兰诗
โคลงมู่หลาน
唧唧复唧唧,木兰当户织,
จีจีซ้ำจีจี (1) มู่หลานผินประตูทอผ้า
不闻机杼声,惟闻女叹息。
ไป่ยินเสียงกระสวย ยินเพียงนางถอนใจ
问女何所思,问女何所忆,
ถามเจ้าคิดอันใด ถามเจ้าคะนึงอันใด
女亦无所思,女亦无所忆。
เจ้าไซร้ไร้สิ่งคิด เจ้าไซร้ไร้สิ่งคะนึง
昨夜见军帖,可汗大点兵。
คืนวานเห็นประกาศทัพ ข่านใหญ่ยกรี้พล
军书十二卷,卷卷有爷名,
หนังสือทัพสิบสองบท บทบทมีนามพ่อ
阿爷无大儿,木兰无长兄,
ท่านพ่อไร้บุตรใหญ่ มู่หลานไร้พี่ชาย
愿为市鞍马,从此替爷征。
ใคร่จักซื้ออานม้า จากนี้แทนพ่อรบ
东市买骏马,西市买鞍鞯,
ตลาดออกซื้ออาชา ตลาดตกซื้ออานเจียน (2)
南市买辔头,北市买长鞭。
ตลาดใต้ซื้อบังเหียน ตลาดเหนือซื้อแส้ยาว
旦辞爷娘去,暮宿黄河边。
รุ่งลาพ่อแม่จาก เย็นพักริมหวงเหอ
不闻爷娘唤女声,但闻黄河流水鸣溅溅。
ไป่ยินเสียงพ่อแม่เพรียกเจ้า เพียงยินน้ำหวงเหอดังซ่าซ่า
旦辞黄河去,暮宿黑山头。
รุ่งลาหวงเหอจาก เย็นพักข้างเขาดำ
不闻爷娘唤女声,但闻燕山胡骑鸣啾啾。
ไป่ยินเสียงพ่อแม่เพรียกเจ้า เพียงยินชาวหูเขาเอี้ยน(3)ควบดังจิวจิว
万里赴戎机,关山度若飞。
หมื่นลี้ไปสมรภูมิ ด่านเขาผ่านดังบิน
朔气传金柝,寒光照铁衣。
ลมเหนือกรายเกราะทอง (4) แสงเยือกส่องเสื้อเหล็ก (5)
将军百战死,壮士十年归。
ขุนทัพร้อยรบตาย ผ่านศึกสิบปีกลับ
归来见天子,天子坐明堂。
กลับมาเฝ้าเทียนจื่อ เทียนจื่อนั่งโถงอำไพ
策勋十二转,赏赐百千强。
บันทึกความชอบสิบสองครา บำเหน็จกว่าร้อยพัน
可汗问所欲,木兰不用尚书郎。
ข่านถามประสงค์ใด มู่หลานไม่เอาซ่างซูหลาง (6)
愿驰千里足,送儿还故乡。
อยากควบม้าพันลี้ ส่งข้ากลับเมืองนอน
爷娘闻女来,出郭相扶将。
พ่อแม่ยินลูกมา ออกชานประคองกัน
阿姊闻妹来,当户理红妆。
พี่สาวยินน้องมา ผินประตูจัดเสื้อแดง
小弟闻姊来,磨刀霍霍向猪羊。
น้องเล็กยินพี่มา ลับมีดเควี้ยวคว้าวหาหมูแพะ
开我东阁门,坐我西阁床。
เปิดประตูห้องนอนออก พาข้านั่งเตียงตก
脱我战时袍,着我旧时裳。
เปลื้องชุดข้ายามรบ สวมชุดข้าครั้งเก่า
当窗理云鬓,对镜帖花黄。
ผินหน้าต่างจัดสางผม ส่องกระจกแปะฮัวหวง (7)
出门看火伴,火伴皆惊忙。
ออกบ้านพบเพื่อนหนุ่ม เพื่อนหนุ่มล้วนตะลึง
同行十二年,不知木兰是女郎!
รบด้วยสิบสองปี ไป่ทราบมู่หลานคือสาวน้อย
雄兔脚扑朔,雌兔眼迷离。
กระต่ายผู้ขาป้องปัด กระต่ายเมียหรี่ตาชะม้าย
双兔傍地走,安能辨我是雄雌?
กระต่ายคู่วิ่งบนพื้น ไฉนอาจแยกแยะข้าเป็นผู้เมีย?
(1) จีจีคือเสียงทอผ้า
(2) เจียนหมายถึงผ้ารองอาน
(3) เขาเอี้ยนอยู่ทางเหนือ เป็นที่อาศัยของเผ่าหู
(4) เกราะหมายถึงเกราะที่เคาะให้สัญญาณไม่ใช่เสื้อเกราะ
(5) อันนี้ถึงจะหมายถึงเสื้อเกราะ
(6) ตำแหน่งเลขาธิการ
(7) กระดาษเครื่องสำอางโบราณไว้แปะหน้าผากให้ออกสีเหลืองเป็นรูปดอกไม้
อธิบายความโดยย่อ คือมู่หลานนั่งทอผ้าถอนใจอยู่หน้าประตูเพราะมีประกาศเกณฑ์ทหาร แต่ที่บ้านไม่มีผู้ชายฉกรรจ์ มีแต่พ่อคนเดียว (ตอนหลังทราบว่ามีน้องชาย แต่ตอนนั้นคงยังเล็ก) จึงออกรบแทนพ่อ หาซื้อม้าซื้ออานจากที่ต่างๆ หลายที่แล้วเดินทางไกล เมื่อหยุดพักตามที่ต่างๆ ก็คำนึงถึงพ่อแม่ตลอด ไปเผชิญอากาศทางเหนืออันหนาวเย็นและผ่านสมรภูมิรบหลายครั้งมีความชอบมาก เทียนจื่อจะตั้งให้เป็นขุนนางแต่มู่หลานไม่เอา ขอกลับบ้านเก่า พ่อแม่พอได้ยินว่าลูกมา สองตายายก็ประคองกันงกๆ ออกมารับ พี่สาวได้ยินว่าน้องจะมาก็รีบจัดแจงเสื้อผ้าให้สวย น้องชายรีบลับมีดจะฆ่าหมูแพะให้พี่สาวกิน พอมาถึงก็เปิดประตูห้องนอนให้นาง พานางนั่งเตียงแล้วเปลื้องชุดเกราะสวมชุดสตรีให้ จัดแจงแต่งผมแต่งหน้า แล้วมู่หลานจึงออกจากบ้านไปหาเพื่อนชายที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันในสนามรบ ต่างคนต่างตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าที่เคยรบด้วยกันมาหลายปีนั้นจริงๆ เป็นสาวสวย คราวนี้ก็ถึงบทเกี้ยวพาราสีกันไปตามเรื่อง
อ้างอิงจาก : http://www.thaisamkok.com/forum/index.php?showtopic=4201&mode=threaded&pid=35254
深情吻住了你的嘴 却无能停止你的流泪
只因和我的心和你一起碎 大雨下疯了的长夜
沉睡的人们毫无知觉 突然恨透这个世界
因为要离别 就走破这双鞋 我陪你走一夜
直到心不再滴血 而你流尽泪水
天空不停地闪着泪 脚步让我心中
嘿嘿嘿嘿嘿 的一切 希望痛早已结
破灭我恨你 要离别 离别。。。
深情吻住了你的嘴 却无能停止你的流泪
只因和我的心和你一起碎 大雨下疯了的长夜
沉睡的人们毫无知觉 突然恨透这个世界
因为要离别 就走破这双鞋
我陪你走一夜 直到心不再滴血
而你流尽泪水 天空不停地闪着泪
脚步让我心中
嘿嘿嘿嘿嘿 的一切 就走破这双鞋
我陪你走一夜 直到心不再滴血
而你流尽泪水 天空不停地闪着泪
脚步让我心中
嘿嘿嘿嘿嘿 的一切 希望痛早已结
破灭我恨你 要离别 离别
| yī gè rén hē zuì 一 个 人 喝 醉 hǎo xiǎng zhǎo gè rén lái péi wǒ men zhī jiān yǒu tài duō de wù huì ài bù néng zài chén shuì shì kě bēi shì cuī huǐ wǒ bú yào zài wéi shéi diào yǎn lèi ài guò cái hòu huǐ xiǎng yào yòng jiǔ lái má zuì wǒ men zhī jiān yǒu tài duō de wù huì ài bù néng zài chén shuì shì kě bēi shì cuī huǐ wǒ bú yào zài wéi shéi ér xīn suì qiú qiú nǐ gěi wǒ gè jī huì bú yào zài duì ài shuō wú suǒ wèi |
rú guǒ xiāng ài shì wán měi 如 果 相 爱 是 完 美 jiù ràng wǒ men yòng zhēn xīn qù miàn duì qiú qiú nǐ gěi wǒ gè jī huì bú yào zài duì ài shuō wú suǒ wèi liú xià le tài duō shāng bēi gào sù wǒ nǐ dào dǐ ài a shéi qiú qiú nǐ gěi wǒ gè jī huì bú yào zài duì ài shuō wú suǒ wèi rú guǒ xiāng ài shì wán měi jiù ràng wǒ men yòng zhēn xīn qù miàn duì qiú qiú nǐ gěi wǒ gè jī huì bú yào zài duì ài shuō wú suǒ wèi liú xià le tài duō shāng bēi gào sù wǒ nǐ dào dǐ ài a shéi |
歌曲:老情歌(国)
歌手:吕方
| wǒ zhī xiǎng chàng 我 只 想 唱 zhè yī shǒu lǎo qíng gē ràng huí yì zài yǒng mǎn xīn tóu dāng shí guāng fēi shì yǐ bù zhī qiū dōng zhè shì wǒ wéi yī de xiàn suǒ rén shuō qíng gē zǒng shì lǎo de hǎo zǒu biàn tiān yá hǎi jiǎo wàng bù liǎo wǒ shuō qíng rén què shì lǎo de hǎo céng jīng cāng hǎi sāng tián fēn bù liǎo wǒ zhī xiǎng chàng zhè yī shǒu lǎo qíng gē yuàn gē shēng fēi dào nǐ zuǒ yòu suī rán nǐ bù néng hé wǒ cháng xiāng shǒu dàn qiú nǐ yǒng yuǎn zài xīn zhōng wǒ zhī xiǎng chàng zhè yī shǒu lǎo qíng gē ràng wǎng shì huí dàng zài sì zhōu a shì dào rú jīn |
yǐ wú suǒ kě qiú 已 无 所 可 求 zhè shì wǒ jǐn yǒu de jì tuō rén shuō qíng gē zǒng shì lǎo de hǎo zǒu biàn tiān yá hǎi jiǎo wàng bù liǎo wǒ shuō qíng rén què shì lǎo de hǎo céng jīng cāng hǎi sāng tián fēn bù liǎo rén shuō qíng gē zǒng shì lǎo de hǎo zǒu biàn tiān yá hǎi jiǎo wàng bù liǎo wǒ shuō qíng rén què shì lǎo de hǎo céng jīng cāng hǎi sāng tián fēn bù liǎo wǒ zhī xiǎng chàng zhè yī shǒu lǎo qíng gē yuàn gē shēng fēi dào nǐ zuǒ yòu suī rán nǐ bù néng hé wǒ cháng xiāng shǒu dàn qiú nǐ yǒng yuǎn zài xīn zhōng suī rán nǐ bù néng hé wǒ cháng xiāng shǒu dàn qiú nǐ yǒng yuǎn zài xīn zhōng |
|
|
这绿岛像一只船 [เกาะเขียวมรกตดั่งนาวาลำหนึ่ง]
在月夜里摇呀摇 [โคลงเคลงอยู่ในแสงจันทร์ยามราตรี]
情郎哟你也在我的心坎里飘呀飘 [สาวเจ้าเอย เธอลอยละล่องอยู่ในห้วงทะเลใจฉัน]
让我的歌声随那微风 [ให้ลำนำเพลงของฉันปลิวไปกับสายลม]
吹开了你的窗帘 [เพื่อพัดเปิดม่านหน้าต่างของเธอ]
让我的衷情随那流水 [ให้ความในใจฉันไหลไปกับสายน้ำ]
不断的向你倾诉 [เพื่อพร่ำบอกต่อเธอไม่ขาดสาย]
椰子树的长影 [เงามะพร้าวที่ทอดยาว]
掩不住我的情意 [มิอาจบดบังความรักของฉัน]
明媚的月光更照亮了我的心 [แสงจันทร์เจิดจ้ายิ่งส่องให้ใจฉันกระจ่าง]
这绿岛的夜已经这样沉静 [ยามราตรี ณ เกาะสีเขียวมรกต ช่างเงียบสงัดเพียงนี้]
情郎哟你为什么还是默默无语 [สาวเจ้าเอย ใยเธอยังคงมิเอ่ยคำใด]
( MUSIC )
椰子树的长影
掩不住我的情意
明媚的月光更照亮了我的心
这绿岛的夜已经这样沉静
情郎哟你为什么还是默默无语
衷情 [zhōngqíng] ความรู้สึกที่เก็บอยู่ลึกๆ ในใจ
倾诉 [qīngsù] ระบายความในใจ
明媚 [míngmèi] (ทัศนียภาพ)สวยวิจิตรตระการตา
沉静 [chénjìng] เงียบสงัด เงียบสงบ
“人为财死,鸟为食亡”
这是众所周知的俗语。世间人为了财物,造作了多少罪业,招惹了多少烦恼?
此时我们再拥有多少的钱财,未必是件好事;相反花钱花得有意义,有价值,这又未必是件坏事!虽说”物欲就是祸水”,但凡事都没有绝对性的,有好坏之分,是非之辩。我们学佛人要能做到慈悲的心,欢喜的心,勇猛的心来为善而喜舍!当然我们要认清世间的财物,充其量不也就是给予人们资生而以!
“คนตายเพราะความร่ำรวย นกตายเพราะความตระกระ ”
นี้เป็นภาษิตเก่าแก่ดั้งเดิม คนในโลกต้องการความร่ำรวย พากันขวนขวายประกอบอาชีพธุรกิจ ซึ่งนำความทุกข์มาให้มากเพียงใด
จนถึงเวลานี้พวกเราหาเงินทองมาได้เท่าใด ไม่ได้เป็นเรื่องดีเลยตรงกันข้ามเงินเดือนกลายเป็นสิ่งมีค่ามีความหมาย อย่างนี้ยิ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายลงไปอีก แม้กล่าวว่า ความต้องการทางวัตถุเหมือนน้ำบ่าที่กั้นไม่ได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง มีทั้งดีและไม่ดี ถูกผิดขัดแย้งกัน. พวกเรานักศึกษาธรรมะ จึงต้องทำจิตให้มีเมตตา มีจิตยินดี จิตกล้าหาญที่จะทำความดี เสียสละ ให้ทรัพย์สินเงินทอง ของมีค่าที่สุดก็สามารถให้แก่คนอื่นเพื่อความอยู่รอดของเขาได้
佛陀告诉我们四大理财要件:
- 四分之一供养父母
- 四分之一教育子女
- 四分之一用于家庭
- 四分之一投入社会公益事业。
钱会害人,但是钱也能救人,我们要好好利用钱去做有意义的事情,去帮助别人之所需,而不能让钱利用了。
当人们有钱而舍不得用,存在银行做守财奴,只在心里告诉自己安慰自己是上百万富翁,或者成天手摸着那些存单上的几个阿拉伯数字,与其如此又与穷人有何区分呢?这样不就失去有钱的意义!而钱财用得不当,则有害身心,甚至会影响社会的安定与团结。世间财世间用,用得有意义,这岂不是修福的大好机会!
我们的富贵就是从布施中修来的!大家要明白,福是修来的,而不是求来的喔!
人们不会忘了积金积银,更不能忘了积功积德。金银如山也会坐食山空,而福德是永无止境,绵延不断的!
พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องการใช้ทรัพย์ไว้ 4 ข้อ คือ
- เลี้ยงดูบิดามารดา
- ให้การศึกษาแก่บุตรธิดา
- ใช้จ่ายในครัวเรือน
- ช่วยเหลือสังคม
เงินทำร้ายคนได้ และสามารถช่วยคนได้เช่นกัน พวกเราต้องระมัดระวังในการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ ช่วยเหลือคนอื่นที่ขาดแคลน อย่าให้กลายเป็นเงินใช้เรา
เมื่อเรามีเงินเหลือใช้ ฝากไว้ในธนาคารอย่างตระหนี่ขี้เหนียว เพียงเพื่อจะได้บอกตนเองว่าตนเองเป็นเศรษฐีเงินล้าน หรือทั้งวันใช้มือสัมผัสแต่ตัวเลขในบัญชี แบบนี้ก็ไม่แตกต่างอย่างไรกับคนจนคนหนึ่ง จะมีเงินมากมายก็ไม่มีความหมาย ไม่ได้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์ ทั้งทำร้ายร่างกายจิตใจ แม้ว่าจะมีฐานะมั่นคงในสังคม ทรัพย์สมบัติในโลกใช้ได้เพียงแค่อยู่ในโลกเท่านั้น การนำมาใช้ให้สร้างสิ่งที่มีความหมาย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างบุญสร้างกุศล
ที่เราร่ำรวยก็เพราะเราเคยบริจาคทานในอดีตชาติมาก่อน พวกท่านโปรดจงเข้าใจ บุญกุศลคือสิ่งที่ได้ทำสะสมมา ไม่ใช่เสาะหาเอามา
คนเราไม่ลืมที่จะสะสมเงินทอง ก็ต้องไม่ลืมที่จะต้องสะสมบุญกุศลด้วย เงินทองกองเป็นภูเขา ใช้ไปก็หมดได้ แต่บุญกุศลนั้นไม่มีขอบเขตกำหนด ยิ่งทำยิ่งพอกพูนต่อเนื่องไม่มีที่สุด



ความเห็นล่าสุด