เปิดโลกโลกอักษรจีน เปิดโลกภาษาจีน


 

ภาษาจีนกับสำเนียงภาษาจีนกลาง (汉语与普通话)

汉语(hànyŭ) แปลว่าภาษาจีน 汉(hàn) เป็นชื่อของชนชาติฮั่น (汉族 hànzú)หรือเรียกว่าชาวฮั่น (ซึ่งในปัจจุบันคนจีน 92 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวฮั่น) ส่วน 语(yǔ) แปลว่าภาษา ดังนั้นคำว่า 汉语(hànyŭ) จึงเป็นการเรียกตามชื่อของชนชาติฮั่น นอกจากชื่อนี้แล้ว ภาษาจีนยังใช้อีกสองชื่อบ่อย คือ 华语(huáyǔ 华 เป็นชื่อที่เรียกชาวจีนโดยรวม) หรือ 中国话 ( zhōngguóhuà 中国 แปลว่าประเทศจีน ส่วน 话 แปลว่า คำพูดหรือภาษา)

เนื่องจากประเทศจีนมีแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล ประกอบกับชาวฮั่นมีประวัติการอพยพย้ายถิ่นที่อยู่ที่สลับซับซ้อนในช่วง 2,000 กว่าปี่ที่ผ่านมานี้ ดังนั้นในปัจจุบันนี้สำเนียงภาษาจีนของชาวฮั่นที่กระจายอยู่ทั่วไปในประเทศ จีนมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นที่ไม่สามารถสื่อสารกันได้เลย โดยทั่วไปแล้วสำเนียงที่ใช้อยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน เปอร์เซ็นต์ในการเข้าใจกันก็จะสูง ยิ่งห่างกันไกลยิ่งพูดจากันไม่เข้าใจ อย่างเช่นสำเนียงปักกิ่งกับสำเนียงกวางตุ้ง แทบจะสื่อการกันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน นี้ มีอุปสรรคมากมายในด้านการสื่อสารระหว่างคนจีน(ชาวฮั่น)ด้วยกันโดยตลอด จึงมีความพยายามที่จะให้คนต่างสำเนียงเรียนรู้การใช้สำเนียงเดียวกันที่เป็น ที่เข้าใจของทุกฝ่าย เมื่อถึงสมัยราชวงศ์หมิง ( 明朝 ค.ศ. 1368-1644 ตอนกลาง)ได้มีคำว่า 官话 (guānhuà  官 แปลว่า ราชการ 官话 จึงเป็นชื่อที่เรียกสำเนียงที่นิยมใช้ในหมู่ข้าราชการ) เกิดขึ้น ซึ่งก็คือสำเนียงปักกิ่ง สาเหตุทีนิยมใช้ในกันในบรรดาข้าราชการก็เป็นเพราะว่า ข้าราชการมีโอกาสรับตำแหน่งทั้งในกรุงปักกิ่งและต่างถิ่น รวมทั้งมีโอกาสบ่อยมากที่จะสัมผัสกับผู้คนต่างสำเนียง จึงมีความจำเป็นต้องใช้สำเนียงที่ง่ายต่อการเข้าใจของผู้คนทั่วไป กล่าวได้ว่า 官话 เป็นสัญลักษณ์ของการก่อตัวขึ้นของสำเนียงภาษจีนที่เป็นที่เข้าใจร่วมกัน ของคนจีน(ชาวฮั่น)ทั่วประเทศ

พอเข้าสู่สมัยราชวงศ์ชิง  (清朝 ค.ศ.1616-1911) ตอนปลาย เริ่มมีการรณรงค์ให้ใช้สำเนียงปักกิ่งอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมีการเสนอให้เปลี่ยนคำว่า 官话 เป็น 国语 (guóyǔ 国 แปลว่า ประเทศ 国语 จึงแปลว่า ภาษาหรือสำเนียงประจำชาติ)ซึ่งเป็นการเรียงชื่ออย่างเป็นทางการสำหรับ สำเนียงภาษาจีนมาตราฐาน

ปี ค.ศ. 1924 รัฐบาลจีนคณะชาติได้ทำการกำหนดและประกาศใช้ระบบการออกเสียงของ 国语 โดยยึดถือสำเนียงปักกิ่งเป็นสำเนียงมาตรฐาน คือภาษาจีนกลางหรือภาษาจีนแมนดาริน ( ”แมนดาริน” มาจากคำว่า Mandarin ของภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นชื่อที่ฝรั่งเรียกสำเนียงปักกิ่งในช่วงปลายสมัยราชวงค์ชิง) และในปี ค.ศ. 1926 ได้เริ่ม “ขบวนการรณรงค์ให้ใช้ภาษาจีนกลาง”

ปี ค.ศ.1955 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปลี่ยนชื่อ 国语 ให้เป็น 普通话 ( แปลว่า สามัญ ธรรมดา หรือทั่วไป 普通话 จึงหมายถึงสำเนียงภาษาจีนที่ใช้ได้ทั่วไป หรือสำเนียงภาษาจีนกลาง แต่ในปัจจุบันนี้ไต้หวันและคนจีนในอีกหลายประเทศยังคงนิยมใช้คำว่า 国语 เหมือนเดิม) โดยกำหนดนิยามของภาษาจีนกลางให้รอบคอบและชัดเจนมากขึ้น ซึ่งใช้มาตรฐาน 3 ข้อดังนี้

1.ใช้สำเนียงปักกิ่งเป็นมาตราฐานในด้านการออกเสียง
นับ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน(元朝 ค.ศ.1206-1368) ปักกิ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของจีนมาโดยตลอด สำเนียงปักกิ่งได้เผยแพร่ไปทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง จึงมีบทบาทและอิทธิพลมากกว่าสำเนียงอื่น ๆ

2.ใช้ภาษาท้องถิ่นภาคเหนือของจีนเป็นมาตรฐานในด้านการใช้คำศัพท์
ประชากร ที่ใช้ภาษาท้องถิ่นภาคเหนือของจีน (ซึ่งรวมสำเนียงปักกิ่ง) มีจำนวนมากที่สุด กล่าวคือ ชาวฮั่นมี 73 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปใช้ภาษานี้และกระจายไปอยู่ทั่วประเทศจีน

3.ใช้วรรณกรรมที่เขียนด้วยภาษาจีนยุคปัจจุบัน และเป็นที่ยอมรับเป็นมาตรฐานด้านไวยการณ์
ก่อน สมัยราชวงศ์ถัง (唐朝 ค.ศ.618-907) ภาษาเขียนของภาษาจีนยังใช้ภาษาจีนโบราณประมาณ 2,000 ปีก่อน หลังจากนั้นถึงจะหันมาใช้ภาษาที่ใกล้เคียงกับภาษาพูดในยุคนั้นมาเป็นภาษา เขียน (白话文) ในการประพันธ์วรรณกรรมและในสมัยราชวงศ์ซุ่ง (宋朝 ค.ศ.960-1297) กับราชวงศ์หยวน วรรณกรมรูปแบบใหม่นี้ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาจนกลายเป็นกระแสหลักของภาษาเขียนในยุคดังกล่าว ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิงกับราชวงศ์ชิง วรรณกรรมรูปแบบใหม่นี้เผยแพร่และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง จนกระทั้งมีการพัฒนาและสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ จึงสมควรยึดถือวรรณกรรมรูปแบบนี้เป็นมาตรฐานในทางด้านไวยากรณ์

สิ่ง ที่สมควรจะชี้แจงก็ืคือ สำเนียงภาษาจีนกลางไม่ได้เท่ากับสำเนียงปักกิ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสำเนียงภาษาจีนกลางมีการตัดเสียงพิเศษบางเสียง และคำศัพท์พิเศษบางส่วนจากสำเนียงปักกิ่งออกไป

นับตั้งแต่เริ่ม มีการรณรงค์ให้ใช้สำเนียงภาษาจีนกลางอย่างจริงจังจนถึงปัจจุบันนี้ เวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วเกือบร้อยปี และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่าวประมาณ 30 ปีที่ผ่านมานี้ สังคม เศรษฐกิจ และการคมนาคมของจีนได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การศึกษาของคนจีนโดยส่วนรวมเริ่มดีขึ้น ในขณะเดียวกันสื่อชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์หรือวิทยุ ล้วนแต่ใช้ภาษาจีนกลาง ได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวันของคนจีนทั่วไป จึงส่งผลให้คนจีนพี่พูดภาษาจีนกลางเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันนี้กล่าวได้ว่าคนจีนทุกคนสามารถฟังเข้าใจภาษาจีนกลางได้ แต่คนที่พูดไม่ได้หรือพูดไม่ชัดยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ชนบท ทางภาคใต้ หรือบริเวณที่ห่างไกลความเจริญ หรือแม้กระทั้งในเมือง ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปยังคงมีจำนวนไม่น้อยที่พูดภาษาจีนกลางไม่ได้ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่เคยหรือไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดภาษา จีนกลาง โดยยังคงใช้แต่สำเนียงภาษาท้องถิ่นของตนเองอยู่ตลอดเวลา

อย่าง ไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสำเนียงภาษาจีนของคนจีนในแต่ละพื้นที่จะต่างกันมาก และยังมีคนจำนวนมากพูดภาษาจีนกลางไม่ได้ (ฟังได้อย่างเดียว) แต่ยังโชคดีที่คนจีนทั้งหมดใช้ระบบการเขียน ระบบเดียวกัน เมื่อพูดคุยกันไม่เข้าใจก็เขียนเอา นี่คือเหตุการณ์ที่พบเห็นบ่อยคนชินตาในสมัยก่อน แต่คงจะกลายเป็นอดีตไปในอีกไม่นานเมื่อทุกคนสามารถพูดภาษาจีนกลางได้

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.dict2u.com

Share

อยากเก่งภาษาจีนต้องอ่านเรื่องต่อไปนี้ด้วย...

  1. ภาษาจีน 100 ประโยค (汉语一百句)
  2. ศัพท์ภาษาจีน : เรียนภาษาจีน 500 คำ 五百字说华语
  3. ภาษาจีนทั่วไป : อักษรจีนกับคริสต์ศาสนา
  4. ประโยคภาษาจีน : 1000 ประโยคภาษาจีนที่ใช้บ่อย
  5. ประโยคภาษาจีน : 600 ประโยคภาษาจีนที่ใช้บ่อย
  6. แนะนำเว็บเรียนภาษาจีน : cslpod.com
  7. บทความทั่วไป : พร 5 ประการ [五福临门]
  8. บทความทั่วไป : คัมภีร์ร้อยกตัญญู [百孝经]
  9. เรียนภาษาจีนจาก : สามก๊ก [三国]
  10. ภาษาจีนทั่วไป:30นิสัยที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ
  11. เรียนภาษาจีน:ออนไลน์กับสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน[CCTV,CNTV]
  12. สำนวนจีน : 锄禾日当午,汗滴禾下土,谁知盘中餐,粒粒皆辛苦. [李绅]
  13. ตำราเรียนภาษาจีนดีๆ สำหรับคนไทย จาก “ศูนย์จีนศึกษา จุฬาฯ”
  14. คัมภีร์ตรีอักษร — 三字经
  15. 千字文 บทอาขยานจีนโบราณ
  16. กฎของผู้เป็นศิษย์ 弟子规 (dì zǐ guī ตี้จื่อกุย) Students’ Rules
  17. เรียนภาษาจีนกับ www.thaiinchina.com
  18. ภาษาจีนที่นิยมใช้แชทบนอินเตอร์เน็ต
  19. ศัพท์ภาษาจีน:คณิตศาสตร์
  20. 泰国人的三十四个特征 (เอกลักษณ์ของคนไทย 34 ข้อ)

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

   
© 2011 มาเรียนภาษาจีน ศัพท์ภาษาจีน สนทนาภาษาจีน ร่วมกับ ภาษาจีน.คอม "เปิดโลกอักษรจีน เปิดโลกภาษาจีน " Suffusion theme by Sayontan Sinha